เมื่ออาทิตย์ก่อน พี่ที่ สวทช. ได้โพสต์รายชื่อหนังสือ ๑๐ เล่มที่ตัวเองชื่นชอบ และได้แท็กชื่อผม ซึ่งจริงๆ ท่านก็ไม่ได้ท้าทายอะไร แต่ก็คิดว่าท่านก็คงอยากรู้จักเราผ่านหนังสือที่เราอ่าน ก็เลยมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าแล้วหนังสือ ๑๐ เล่มที่เราชอบนั้น คืออะไร นั่งคิดอยู่นาน และไม่สามารถคิดเร็วๆ ได้ สำหรับคนที่อ่านหนังสือเยอะๆ ให้เลือก ๑๐ เล่มที่ชอบที่สุด จากหลายร้อยเล่มที่อ่าน และหลายร้อยเล่มที่ชอบ เป็นงานที่ไม่ธรรมดาทีเดียว ผมนั่งคิดอยู่หลายวันว่าจะทำอย่างไรดี ไม่ใช่เพียงแค่เกรงใจผู้แท็ก แต่ก็ด้วยความอยากรู้ของตัวเองด้วยนั่นเอง

คิดไปคิดมาอยู่หลายตลบ หลายวัน หลายคืนผ่านไป จนแอบคิดว่า พี่เขาคงคิดว่า ไอ้หมอนี่คงไม่ร่วมกิจกรรมนี้แน่ๆ แต่ในที่สุด ในวันหนึ่งที่เดินดูตู้หนังสือของตัวเองอย่างละเอียด ก็เลยคิดได้ว่า ถ้าจะต้องเลือกหนังสือ ๑๐ เล่มมาแชร์กับเพื่อนๆ จริงๆ ก็ควรจะเป็นหนังสือที่มีความพิเศษ ไม่แค่เพียงเนื้อหา แต่ผลกระทบที่มีต่อตัวเรา ต่อชีวิตเราในช่วงเวลานั้นๆ หรือต่อเนื่องมาจนเป็นตัวตนของเราในปัจจุบัน พอคิดได้ดังนั้นก็ลองลิสต์รายการดู และแทนการตอบในเฟสบุ๊ค ก็คิดว่ามาเขียนในบล็อกดีกว่า จะได้หาง่าย เอาไว้มาอ่านตอนแก่และไม่มีอะไรจะทำ ทั้งนี้ผมเรียงลำดับการนำเสนอทีละเล่ม ตามช่วงชีวิตของผมนะครับ และเพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาดูเล่มแรกในความทรงจำของผมด้วยกันครับ

เอมิล ยอดนักสืบ

เอมิล ยอดนักสืบ วรรณกรรมเยาวชน ที่เป็นผลงานของนักเขียนชาวเยอรมัน “แอริค เคสต์เนอร์” แปลเป็นภาษาไทยโดย “คุณบันลือ ถิ่นพังงา” หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาตอนมัธยม เป็นเรื่องราวของเด็กชายเอมิล ทิชไบน์ ที่เดินทางจากบ้านเกิดที่เมืองนอยชตัดท์ เพื่อไปเยี่ยมคุณยายที่กรุงเบอร์ลินโดยรถไฟ และโดนขโมยเงินที่คุณแม่ฝากมาให้กับคุณยายในระหว่างที่หลับไปในตู้โดยสารรถไฟ และแน่นอนว่าหัวขโมยก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นผู้โดยสารอีกคนที่โดยสารมาในตู้เดียวกัน การผจญภัยของเอมิล กับเพื่อนๆ นักสืบตัวน้อย เพื่อจะนำเงินกลับคืนมาจากหัวขโมยจึงได้เริ่มต้นขึ้นในเบอร์ลิน

ผมมาอ่านเอมิลอีกครั้งเมื่อไม่กี่วันก่อนจะมาเขียนบล็อกนี้ ก็พบความน่าประทับใจ และจุดเด่นหลายอย่างของเอมิล ที่น่าสนใจ และเป็นต้นแบบที่ดีของเยาวชนได้ แต่ในตอนที่อ่านสมัยมัธยมนั้น ความรู้สึกอย่างเดียวที่มีก็คือ ความตื่นเต้น ร่วมลุ้น และบางครั้งแอบร่วมวางแผน ราวกับว่ากำลังเดินทางไปกับเอมิลอยู่ เป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตที่อ่านแล้ววางไม่ลง ถ้าต้องกินข้าวก็รีบไปกิน แล้วกลับมาอ่านต่อ ตะลุยติดตาม อ่านจนจบในช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ยืมหนังสือมาจากห้องสมุด

ไม่ใช่แค่ความสนุกของหนังสือเล่มนี้ที่ผมได้รับ แต่หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมพบว่าชีวิตของผมพบขุมสมบัติแล้ว โดยไม่ต้องเดินทางไปผจญภัยไกล แต่อยู่ใกล้ๆ แค่ในห้องสมุดเอง ผมเข้าไปหาสมบัติ ซึ่งก็คือหนังสือที่ไม่เคยอ่าน โดยหวังว่าจะค้นพบหนังสือที่อ่านสนุก แบบเดียวกับที่ได้รับจากการอ่าน เอมิล ยอดนักสืบ และนั่นเป็นการเปลี่ยนชีวิตผมให้เข้าห้องสมุดทุกอาทิตย์  โดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ เพื่อหาหนังสือดีๆ มาอ่าน ยืมมาครั้งละ ๒ – ๓ เล่ม เพื่ออ่านในวันเสาร์-อาทิตย์ โดยเริ่มอ่านตั้งแต่คืนวันศุกร์ ถ้าถึงเวลาคืนแล้วอ่านเล่มไหนไม่จบก็จะยืมต่อ และนิสัยแบบนี้ติดมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

ดังนั้น ถ้าในสมองและความทรงจำของผมในปัจจุบัน จะมีอะไรเพิ่มขึ้นมามากมายจากการอ่านหนังสือจำนวนมากทุกวันในทุกปี แน่นอนครับ มันเกิดจากการจุดไฟดวงแรกในชีวิตผม จากการอ่านหนังสือ เอมิล ยอดนักสืบ นั่นเอง …แล้วพบกันใหม่ในหนังสือเล่มถัดไปนะครับ

 

Tags: , , , , , , , , , , , ,