จริงๆ ผมคิดอยู่นานเกือบจะสองอาทิตย์สำหรับหนังสือเล่มนี้ เพราะในสภาพสังคมไทย ในความคิดคำนึงของคนไทยหลายๆ คนในตอนนี้ ถ้าเราคิดอะไร หรือทำอะไร ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง มักจะถูกผลักให้ไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง สร้างความขัดแย้ง สร้างความลำบากใจให้เกิดขึ้นอยู่ได้ตลอดเวลา หลายๆ คนไม่สนใจแม้แต่จะถามถึงเหตุผล และเจตนา แต่ก็จะยัดเยียดสีเสื้อ ยัดเยียดข้างทางการเมืองมาให้แม้เราไม่สมัครใจก็ตาม ที่สำคัญผมมีลูกศิษย์อยู่เยอะ และก็มีคนที่อยู่ในทั้งสองขั้วทางการเมือง มันคงไม่ดีแน่ ถ้าจะต้องเกิดความขัดแย้งในประเด็นความต่างทางการเมือง เพราะมันจะส่งผลต่อทัศนคติ และเป็นอุปสรรคต่อการเรียนแน่นอน

รู้ทันทักษิณ

รู้ทันทักษิณ

แต่ถ้าจะละเลยไม่พูดถึงหนังสือเล่มนี้ ผมว่ามันก็ดูไม่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกจริงๆ ของตัวเองมากเกินไป ดังนั้น ผมจึงกลับมาอีกครั้งพร้อมหนังสือในความทรงจำเล่มที่ ๔ ของผม เล่มนี้ชื่อว่า “รู้ทันทักษิณ” ที่เป็นหนังสือในความทรงจำ เนื่องจากว่าหนังสือเล่มนี้ ช่วยทำให้ความสนใจทางการเมืองของผมเพิ่มขึ้นจากศูนย์ โดยสนใจทั้งปรากฏการณ์ทางการเมือง บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ปัญหาความขัดแย้ง และที่สำคัญความฉ้อฉลของนักการเมือง ซึ่งไม่ได้หมายถึงคุณทักษิณเพียงคนเดียว แต่หมายถึงบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒธิสภาผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย

รู้ทันทักษิณ ๒

รู้ทันทักษิณ ๒

พออ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้เราเปิดตามองไปด้านหลังของความเก่งของบุคคล มองไปด้านหลังของความสำเร็จของการบริหารประเทศ มองไปในมุมมืดของแต่ละนโยบาย ไม่ใช่แค่ของรัฐบาลในชุดปัจจุบันแต่ไปหาหนังสืออีกหลายเล่มอ่านย้อนหลัง เพื่อรู้ถึงปัญหาคอรัปชั่น ผลประโยชน์ และการหากินบนอำนาจของนักการเมืองในแต่ละยุคแต่ละสมัย ทำให้ผมเปลี่ยนจากแค่ทำหน้าที่เป็นคนไปลงคะแนนเลือกตั้ง และปล่อยผ่านไป ถึงเวลาเลือกตั้งใหม่ก็ไปทำเหมือนเดิม แต่กลับสนใจที่จะรู้เรื่องเบื้องลึก เบื้องหลังของผลประโยชน์ของนักการเมืองมากขึ้น นโยบายไหน ใครที่เขาว่ามีนอกมีใน เริ่มตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ และไปหาข้อมูลมากขึ้น และด้วยเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะขุดลงลึกไปหาหลักฐาน ไปหาข้อมูลสนับสนุน หรือข้อมูลแย้งไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

รู้ทันทักษิณ ๔

รู้ทันทักษิณ ๔

และผมคิดว่าไม่ใช่แค่เรื่องความตื่นตัวต่อความสนใจทางการเมือง แต่ประเด็นสำคัญที่ผมคิดว่าต้องจัดหนังสือเล่มนี้เข้าอยู่ในชั้นของหนังสือในความทรงจำ ก็คือ การทำให้เกิดลักษณะนิสัยที่จะเป็นผู้ฟัง ไม่ใช่แค่เพียงฟังอย่างเดียว แต่ก็จะตั้งตั้งคำถามต่อเรื่องที่ฟังมาเสมอว่าจริงหรือไม่ แล้วค่อยๆ ไปหาข้อมูลอื่นๆ จากหลายๆ ที่ที่น่าเชื่อถือมาดูเพิ่มเติม เพราะในความเป็นจริงก็คือ ความขัดแย้งของสองฝ่าย ต่างฝ่ายต่างย่อมมีกระบวนการเผยแพร่ข่าวสารอันเป็นเท็จ หรือกระบวนการล้างสมอง เพื่อเพิ่มความเห็นด้วย หรือเพิ่มมวลชนให้แก่ฝ่ายตน เพื่อบรรลุเป้าหมายที่สำคัญคือ การได้มาซึ่ง อำนาจ โอกาส และผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องเท่านั้นเอง

 

Tags: , , , , ,