Watercolour Painting

วันนี้ผมตื่นตีห้า พร้อมๆ กับอาการง่วงนอน เลยโด๊ปกาแฟไปหนึ่งแก้ว แต่ก็ยังง่วงอยู่ดี ใจจริงก็อยากกลับไปนอนอีกสักครึ่งชั่วโมง แล้วค่อยมาอาบน้ำ แต่ก็กลัวว่าจะกังวลจนนอนไม่หลับ เลยมานั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะทำงาน อ่านไปก็หาวไป เลยต้องหยุดภารกิจการอ่าน แล้วตัดสินใจไปอาบน้ำ ซึ่งปกติจะอาบน้ำตอนหกโมงเช้า เพื่อให้สดชื่นสุดๆ แล้วค่อยออกจากบ้าน เช้าวันนี้เลยอาบน้ำเสร็จก่อนจะหกโมงเช้า แล้วก็มาเปิดคอมพิวเตอร์อ่านโน่นนี่ฆ่าเวลา เพื่อจะออกจากบ้านตอนช่วงหกโมงยี่สิบ วันนี้ถือว่าเป็นวันที่โชคดี เพราะรอรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างอยู่ไม่ถึงสิบนาทีก็ได้ขึ้นรถ แถมพอลงจากสะพานลอย ยังไม่ทันจะตด รถตู้ก็มาพอดี แต่พอขึ้นบนรถตู้ ก็ไม่ค่อยโชคดีเท่าไหร่ เพราะวันนี้นั่งอัดสี่เบาะหลังมา ลำพังตัวเองก็ใหญ่อยู่แล้ว กระเป๋าอุปกรณ์ก็บิ๊กบึ้มอีก ก็เลยทุลักทุเลไปกันใหญ่

วันนี้มาถึงคนแรกเช่นเคย เพราะพี่รถเมล์สายสิบสองขับได้ระห่ำนรกมาก เพียงสิบห้านาทีจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผมก็ได้มายืนที่หน้าดิโอลด์สยาม และเดินไปถึงเพาะช่างราวๆ แปดโมงเช้า วันนี้คุณครูสอนการสร้างบรรยากาศด้วยสีม่วง และสีน้ำเงิน โดยใช้เทคนิคเปียกบนเปียก และการเอียงเพื่อควบคุมทิศทางการเดินของสี จากนั้นก็เริ่มการระบายฉากหน้า ด้วยสีสันสดใส หลากสี ตามด้วยวาดภาพภูเขา และมาเติมรายละเอียดดอก พร้อมกิ่งก้าน วันนี้คุณครูเต๋ามาช่ายเติมทิวสนบริเวณตีนเขา ถูกใจมากๆ ครับ และอีกเทคนิคที่ครูเต๋าสอนก็คือ การกล้าที่จะลงสีเข้มที่ฉากหน้า โดยครูเอาสีเขียว น้ำเงิน และน้ำตาลมาผสมกัน แล้วลงก้านดอกไม้เพิ่มให้ สุดยอดจริงๆ ครับ ผมทำเองแล้วก็ไม่ได้เรื่องทุกที แต่จะต้องไปหัดต่ออีก

ในที่สุดวันนี้ก็กลับบ้านพร้อมภาพสวยถูกใจ อาจจะเป็นภาพธรรมดาๆ ของหลายๆ คน แต่สำหรับผมแล้วภาพนี้สวยจังเลยครับ ไม่ได้สวยเพราะผมวาด เพราะผมไม่ได้วาดคนเดียว อาจารย์เต๋ามาช่วยเจิมให้ทั้งเป็นสิริมงคล และให้สวยมากขึ้น แต่ภาพนี้สวยงาม ไปด้วยความรู้ที่ซ่อนอยุ่ข้างหลังภาพ หลายๆ อย่างเริ่มกระจ่างและเคลียร์มากขึ้น เห็นเส้นทางที่จะปรับปรุงตัวเองต่อไปได้อีก ที่เหลือก็คือความเพียรของตัวเราเองที่จะต้องเติมเข้าไป จนกว่าจะประสบความสำเร็จ ได้อย่างที่ตั้งใจ

 

Tags: , , , ,