ช่วงบ่ายของวันนี้ ผมนั่งร่างกำหนดการสัมมนาประจำปี ของโครงการที่ผมดูแลอยู่ ซึ่งครั้งนีเป็นครั้งที่สองที่เราคิดจะจัดสัมมนา ประจำปีของโครงการ เพื่อให้คนซีกวัฒนธรรม และคนซีกเทคโนโลยีได้เจอกัน เพราะถึงแม้ว่าหลายๆ คนจะมีความเชื่อว่า คนสองซีกนี้คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก แต่ผมกลับคิดต่าง ผมมองว่าเราคุยกันได้ เพียงแค่ต้องเปิดใจ ยอมรับความแตกต่าง และข้อจำกัดของแต่ละซีก ผมเองจบมาทางด้านเทคโนโลยี แต่มีความรักในศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ดังนั้น ผมจึงเริ่มต้นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม พยายามแทรกตัวเข้าไปรับรู้เรื่องราวของซีกวัฒนธรรมให้มากขึ้น ยิ่งรู้จักก็ยิ่งชอบ และรู้สึกว่าเทคโนโลยีอาจจะทำให้ชีวิตเราสะดวกสบาย ทันสมัย แต่วัฒนธรรมทำให้เรามีความเป็นคน ทำให้เราใส่ใจ แม้เพียงธุลีที่หุ่นยนต์อาจจะมองข้าม

ในทางกลับกัน ผมเห็นว่าคนที่อยู่ในซีกวัฒนธรรม ก็จะต้องปรับตัวมารับรู้เรื่องเทคโนโลยีมากขึ้น ในฐานะเครื่องมือ ที่ช่วยให้เราสามารถทำงานได้ ไม่มีอะไรยากเกินเรียนรู้ และทุกอย่างเรียนรู้ข้ามฟากได้เสมอ เพียงแต่จะเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับฐานความรู้ที่เรามีอยู่ แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังเชื่อว่าเราคุยกันได้ และควรจะคุยกัน เพราะมีงานมากมายที่ คนซีกเทคโนโลยีควรจะเข้าไปช่วย ลองนึกสิครับว่า บรรพบุรุษของเรา ใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในสมัยนั้น ในการเก็บสะสม องค์ความรู้ เรื่องราว และภูมิปัญญามาสู่พวกเราในรูปแบบต่างๆ เช่น บันทึกไว้บนใบลาน สมุดข่อย พับสา ฯลฯ แล้วเราล่ะ คิดจะใช้ปัญญา และเทคโนโลยีที่มีอยู่ทำในสิ่งเดียวกันให้ลูกหลานเราบ้างหรือไม่ สำหรับผม ผมทำโดยไม่ลังเล

พูดไปเรื่อย จนมานึกขึ้นได้ว่ากำลังพูดถึงงานสัมมนาประจำปีของโครงการอยู่ งานสัมมนาประจำปีของโครงการในปีนี้ จะพูดถึงเรื่องราวของ Virtual Reality กับงานการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม แน่นอนครับ ว่าต้องมีเรื่องราวของการถ่ายภาพ แบบพาโนรามา และการทำ Panoramic VR แบบทีละขั้นตอนมาแลกเปลี่ยนกับผู้ฟัง รวมทั้งการอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ผมคิดว่ามีประโยชน์กับผู้ที่สนใจ เอาเป็นว่าวันนี้ดูร่างกำหนดการไปก่อน ตอนนี้พึ่งร่าง อีกสักพัก พอความคิดตกผลึก และได้กำหนดการแน่นอนแล้ว ผมจะมาบอกใหม่ครับ

ร่างกำหนดการสัมมนาของ
โครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์เชิงดิจิทัล
(Research and Development in Digital Preservation Technology)

ชื่อการสัมมนา:
เทคโนโลยีเสมือนจริงสำหรับการอนุรักษ์ข้อมูลทางวัฒนธรรม
(Virtual Reality Technology for Cultural Preservation)

ระยะเวลาในการสัมมนา: 13.00 น. – 16.30 น.
สถานที่: อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (Thailand Science Park)
จำนวนผู้เข้าฟังสัมมนา: 50 คน (ลงทะเบียนล่วงหน้า)

วัตถุประสงค์ของการสัมมนา:
1. เพื่อให้ผู้เข้าฟังสัมมนาเข้าใจความหมายของเทคโนโลยีเสมือนจริง และการประยุกต์ใช้ในงานอนุรักษ์ข้อมูลทางวัฒนธรรม
2. เพื่อให้ผู้เข้าฟังสัมมนาเข้าใจในกระบวนการ (Workflow) ในการนำเทคโนโลยีเสมือนจริงไปประยุกต์ใช้
3. เพื่อให้ผู้เข้าฟังสัมมนาเกิดความตระหนัก หรือเห็นความสำคัญของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และเกิดแรงบันดาลใจในการนำความรู้ไปปฏิบัติจริง

ขอบเขตของเนื้อหา:
การสัมมนานี้มีเนื้อหาครอบคลุมใน 2 ประเด็นหลักคือ

1. ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเสมือนจริงในปัจจุบัน กระบวนการและวิธีการในการพัฒนา
– HDR Panoramic VR
– Gigapixel (Very High Resolution) Panoramic VR
– Object VR

2. ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานจริง (คาดว่าจะมี แต่ยังไม่ยืนยัน อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
– ทักษิณคดีศึกษา Virtual Museum
– บ้าน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์
– พระเมรุสมเด็จพระพี่นางฯ
– อาจจะมีสักที่นึงที่เป็นงานจิตรกรรมฝาผนัง
– วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม และพระฐาน

 

Tags: , , , , ,