วันนี้เป็นเช้าวันที่สาม ของทริปเกาหลีช่วงปลายหนาว ตรงกับวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๕ วันนี้ตื่นเช้ามาด้วยอาการอ่อนเพลีย นอนไม่เต็มอิ่ม และหนาว เพราะเมื่อคืนกว่าจะกลับมาถึงที่พักก็ปาเข้าไปห้าทุ่มกว่า อากาศที่โซลหนาวลงเรื่อยๆ อย่างรู้สึกได้ แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้เรามีโปรแกรมไปอีกหลายที่ โดยช่วงเช้าเราจะไปร้านหนังสือใหญ่ในย่านจงโน (Jongno) เนื่องจากในบริเวณนี้จะมีร้านหนังสือใหญ่อยู่สองร้าน ต่อจากนั้นเราจะเดินต่อไปที่วัดโจเกชา เดินต่อเนื่องไปที่ย่านอินซาดง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการไปปฏิบัติภารกิจ ล็อกกุญแจหัวใจที่ N Seoul Tower ก่อนจะกลับมาลุยเมียงดง เสียตังค์ให้สบายใจก่อนเดินทางกลับที่พัก

N Seoul TowerN Seoul Tower

นอกจากอากาศที่หนาวมาก อีกปัญหานึงที่กำลังกวนใจอยู่ในตอนนี้ ก็คือรองเท้าที่พังแบบฟมอไม่รับเย็บ เพราะนอกจากด้านข้างจะปลิ้นออกมาแล้ว พบว่าตะเข็บรองเท้าด้านข้างเริ่มปริแยก อาการที่เห็นตอนเช้านี้ ถ้าอยู่ใกล้โรงพยาบาล ต้องรีบส่งเข้า ICU โดยด่วน ผมเริ่มไม่แน่ใจว่ารองเท้าคู่ใจจะสามารถมีชีวิตรอดขึ้นเขาไป N Seoul Tower ด้วยกันหรือไม่ เดิมตั้งใจว่าก่อนขึ้น N Seoul Tower ถ้าไม่ไหวจะแวะไปซื้อรองเท้าที่เมียงดงก่อน หรือถ้าไหว ก็จะขึ้น N Seoul Tower ก่อนแล้วค่อยลงมาซื้อรองเท้าที่เมียงดง แต่ปัญหาคือ สถานที่ต่างๆ ที่จะต้องไปวันนี้ จะต้องใช้สองเท้าเป็นพาหนะหลัก ถึงแม้ว่าแต่ละที่จะอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ก็ไม่ใช่เปิดประตูปุ๊บ ถึงปั๊บ ต้องเดินไปไกลพอสมควร

รองเท้าคู่เก่ารองเท้าคู่เก่า

อีกปัญหาหนึ่งที่ถือว่าเกินความคาดหมายของผมก็คือ การที่พบความจริงว่าร้องเท้าที่เกาหลีส่วนใหญ่จะมีไซส์ไม่เกิน ๑๑ พูดง่ายๆ เท้าเล็กว่างั้นเถอะ ส่วนว่าจะเหม็นหรือเปล่านี่ผมไม่เคยดม สงสัยจะถูกดองร่วมกับกิมจิ เท้าเลยเล็กเป็นพิเศษ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ว่าไปนั่น แต่เท้าผมนี่ปกติใส่เบอร์ ๑๒ เมื่อคืนพยายามยัดลงเบอร์ ๑๑ ก็พอใส่ได้ แต่หายใจเริ่มติดขัด พอตั้งสติได้ว่าราคารองเท้าแพงด้วย เลยไม่ซื้อ ทั้งแพง แถมคับด้วยนี่ไม่ไหวครับ และนั่นทำให้ผมกังวลใจว่าแล้วจะเป็นไปได้ไหมที่ร้านรองเท้าที่เมียงดงจะไม่มีรองเท้าที่ผมสามารถใส่ได้ คิดไปคิดมาอยู่คนเดียว เข้าส้วมก็แอบเอาไปคิด เพื่อหาแผนสำรองกันพลาด

ทางม้าลายเพื่อมาที่ AK Plazaทางม้าลายเพื่อมาที่ AK Plaza

คิดอยู่หลายตลบเลยตัดสินใจว่าถ้างั้นเดี๋ยวแวะดูรองเท้าที่ห้าง AK Plaza ที่เราจะต้องผ่านไปขึ้นรถไฟฟ้าก่อนดีกว่า เห็นที่ห้างนี้ชอบมีของมาลดราคา เผื่อจะได้รองเท้าราคาถูกมาแก้ขัด สาธุ ขอให้มีไซส์เถอะ เพี้ยง! ว่าแล้วก็ออกจากที่พัก มุ่งตรงไปปฎิบัติภารกิจแรกก่อนเลย คือการไปหารองเท้าที่ห้าง AK Plaza ปรากฏว่านอกจากเสื้อกันหนาวที่เอามาลดราคาทั้งนอกห้าง และในลานกลางห้างแล้ว ก็มีรองเท้ามาลดราคาด้วย โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เราเดินไปถามพนักงานคนแรกก่อนเลย ชั่วโมงนี้แบบไม่สำคัญแล้ว ถามไซส์ก่อนเลยครับ และไม่ผิดหวังจริงๆ พนักงานคนแรกตอบมาว่า “ไม่มีค๊าาาา พี่เท้าใหญ่ไปไหมคะ” ก่อนที่จะตบตีกับพนักงานเราก็เดินดูต่อไปอย่างไม่ลดละ

AK PlazaAK Plaza

จนมาถึงอีกโซนหนึ่ง เป็นหมวดรองเท้าปีนเขา เก๋ก็ลากดิ่งเข้าไปหาเลยครับ บอกว่านี่แหละเหมาะ เราก็ถึงบางอ้อ คิดขึ้นมาได้ว่า เฮ่ย เราจะปีนไป N Seoul Tower นี่นา แบบนี้ใช่เลย ที่สำคัญรองเท้าแบบนี้ฝรั่งน่าจะชอบ เพราะฝรั่งชอบเดิน นี่คิดเอาเองล้วนๆ ครับ ว่าแล้วก็เดินเข้าไปถามอีกที คำตอบที่ไม่ต้องเดาเลยก็คือ ไม่มีแน่นอน แต่ก่อนที่เราจะจากออกมาด้วยความสิ้นหวัง คนขายมองหน้าผมแล้วก็มองเท้า มองหน้าแล้วก็มองเท้า และมองหน้าแล้วก็มองเท้า พี่แกบอกว่าลองคู่ที่แกถือดูซิ แกว่าน่าจะใส่ได้นะ โดยให้เหตุผลว่าไซส์นี้จะใหญ่กว่าไซส์ปกติ (สงสัยคนปีนเขาจะเท้าใหญ่เกินมาตรฐานแฮะ) เราได้ยินอย่างนั้น ก็เกิดความหวังขึ้นมาเป็นประกายวิ้งๆ ว่าแล้วก็ถอดลองเท้าเก่า บรรจงใส่เข้าไปในรองเท้า ที่คนขายหยิบมาประเคนอย่างช้าๆ แต่พอลองแล้ว ผลก็ปรากฏว่าไม่ได้ครับ เพราะที่แกถือมามันเบอร์ ๑๐ เลยขอลองเบอร์ที่ใหญ่ที่สุด ป้าแกก็ก้มลงไปหาในตู้ใต้ชั้นวางรองเท้า แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จนเก๋ต้องออกโรง รื้อของเขาเป็นการใหญ่ และในที่สุด ก็เจอจนได้ แต่ไม่ใช่เบอร์ ๑๒ เมื่อลองเอามาใส่ดู ปรากฏว่า โอ้วววว เย่ ใส่ได้ด้วย ไม่คับและบีบเหมือนเบอร์เดียวกัน ที่ลองมาสารพัดร้าน เก๋นี่นางฟ้ามาจุติจริงๆ เลยอ่ะ ขอบคุณคร๊าบบบบ

รองเท้าปีนเขาจากเกาหลีรองเท้าปีนเขาจากเกาหลี

รองเท้านี้ราคาเต็มอยู่ที่ ๑๙๐,๐๐๐ วอน ส่วนราคาลดแล้วอยู่ที่ ๑๑๔,๐๐๐ วอน ก็ตกประมาณสามพันบาทนิดๆ ขนหน้าแข้งงี้ร่วงเกรียว แต่ ณ วินาทีนั้น ไม่ต้องเลือก และไม่ควรจะเลือก กัดฟันเล็กน้อยแล้วต้องซื้อเลยครับ พอซื้อแล้วก็ใส่ฉลองซะเลย แรกๆ จะเดินแบบลอยๆ รองเท้ามันสูงเล็กน้อย แต่เดินๆ ไปก็เริ่มชิน พอเสียตังค์แต่วัน แบบไม่ได้ตั้งใจ ก็เกิดอาการซึมและเสียดายเล็กน้อย เลยต้องเดินต่อไปกินข้าวเช้าดับความเสียดาย คราวนี้เราเลือกร้านบะหมี่ที่สถานีรถไฟฟ้าที่เราเดินผ่านตอนขากลับ จัดหนักบะหมี่กันคนละชาม ตามด้วยคิมบับสองท่อน เพราะเราคิดว่า ถ้าท้องอิ่มความเครียดจะลดลง ก่อนที่จะลุยโปรแกรมของเราวันนี้ต่อไป

ร้านบะหมี่ที่สถานีรถไฟฟ้าร้านบะหมี่ที่สถานีรถไฟฟ้า

บะหมี่เกาหลีเส้นนุ่มเหนียวบะหมี่เกาหลีเส้นนุ่มเหนียว

คิมบับสองท่อนคิมบับสองท่อน

กิมจิกิมจิ

 

 

Tags: , , , , , , ,