King Power Lounge

นานเกือบสี่ปี ที่ไม่เคยเดินทางกลับไปที่เกาหลีอีกเลย นับจากการเดินทางไปนำเสนอบทความทางวิชาการเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ ในตอนนั้นได้ลาพักร้อนเพิ่ม เพื่อเดินทางท่องเที่ยวในเกาหลีต่ออีกสองวัน ทั้งๆ ที่อากาศหนาวจับใจ แต่มีความทรงจำดีๆ มากมาย จนตั้งใจเอาไว้ว่าจะกลับมาอีกครั้ง ในแบบที่ไม่มีภาระการทำงานติดตัว มาเพื่อเป็นนักท่องเที่ยว มาเพื่อหาความสุขจริงๆ อีกครั้ง และนับจากวันที่ตั้งใจ จนกระทั่งกลายเป็นฝันที่เป็นจริงอีกครั้งในปี ๒๕๕๕

ซึ่งตอนแรกก็ลังเลใจว่าจะไปดีหรือไม่ เพราะพึ่งผ่านวิกฤติน้ำท่วม ต้องเสียเงินมากมาย รวมทั้งเลื่อนแผนการแต่งงาน แต่ด้วยความงกที่มีอยู่ในตัว เสียดายค่าตัวเครื่องบินที่จองไว้ ประกอบกับที่คิดว่ชีวิตมีเรื่องเลวร้ายเข้ามามากพอแล้ว อยากจะให้สิ่งดีๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตบ้าง แทนการนั่งรอ และเพ้อฝัน เลยตัดสินใจทำฝันนี้ให้เป็นจริง ด้วยการตัดสินใจสานต่อการเดินทางไปเกาหลีครั้งนี้ พร้อมกับภารกิจครั้งใหม่ที่ชื่อว่า "กุญแจล็อค หัวใจรัก" โดยการเดินทางจะเริ่มต้นในราวห้าทุ่มของวันที่ ๗ มีนาคม และกลับมาถึงกรุงเทพใกล้ๆ เที่ยงคืนของวันที่ ๑๒ มีนาคม

ถ้าถามว่าการเดินทางครั้งนี้เตรียมอะไรบ้าง ต้องตอบตรงๆ ว่าแทบไม่ได้เตรียมอะไรเลย เพราะภารกิจหลักคือการเดินทางขึ้นเขานัมซานกับเก๋ เพื่อเอากุญแจคู่รักไปล็อค (หัวใจ) เอาไว้บนยอดเขานัมซาน และไปในที่ที่เก๋อยากไป ซึ่งแน่นอนครับว่านั่นคือ การไปช็อปปิ้ง ดังนั้น การไปคราวนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่ไปต่างประเทศด้วยกัน เพราะถ้าไปกับผมจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเข้าพิพิธภัณฑ์ เข้าวัด เข้าวัง ไปตามที่ต่างๆ ที่น่าจะมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มีเรื่องราววิถีชีวิตของแต่ละที่ให้เราได้เรียนรู้ ส่วนการช็อปปิ้งนั้น จะถือเป็นภารกิจรอง ที่ใช้เวลาเมื่อหมดภารกิจหลัก หรือหมดแสงของแต่ละวันแบ่งไป

King Power Lounge

กำหนดเครื่องออกตอนห้าทุ่มครึ่ง แต่เราเรียกรถแท็กซี่มารับตอนหนึ่งทุ่ม เผื่อเวลามากๆ เพราะตั้งใจจะไปแบบสบายๆ และจะทดลองเข้าไปนั่งในเลาจ์ของคิงพาวเวอร์ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงผมและเก๋ก็มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ คนไม่เยอะ แต่มีเรื่องแปลกๆ นั่นคือ ตอนเช็คอิน เจ้าหน้าที่ถามหาบัตรเครดิตที่ใช้จองตั๋วเครื่องบิน ซึ่งโชคดีมากที่เอาไปพอดี ปกติจะเอาบัตรเครดิตออกจากกระเป๋าหมดทุกใบ เหลือไว้ใบหรือสองใบที่คิดว่าจะใช้จริงๆ โชคดีมากที่ใบที่เอาไป คือใบที่ใช้จองตั๋ว ถ้าไม่เช่นนั้น เราจะต้องไปซื้อตั๋วใหม่ แล้วเขาจะเอาเงินเข้าบัญชีให้

นับเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดที่สุดในชีวิตการเดินทาง และถือเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยใช้บริการของ "การบินไทย" คำถามคือ ถ้าบัตรที่เอามาไม่ใช่บัตรที่จองตั๋วเครื่องบินจะเกิดอะไรขึ้น ต้องเดินไปซื้อตั๋วใหม่ ต้องเข้าคิวยาวๆ ใหม่ และมีเงินไปจมอยู่กับตั๋วการบินไทยเดิม ที่รอการคืน และเชื่อขนมกินได้เลยครับว่า ไม่เร็วแน่ๆ ถือเป็นบทเรียนที่เฉียดฉิวครั้งสำคัญจริงๆ ผ่านจากเรื่องเซ็งๆ มา ก็มาถึงคิว ตม. วันนี้คนไม่เอะ เพราะเรามาล่วงหน้าสี่ชั่วโมง ผ่านไปได้ด้วยดี และผมไปนั่งรอเก๋เริ่มปฏิบัติการช็อปปิ้งล้างโลกที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นที่แรก ก่อนที่จะเดินทางไปที่ Gate ที่ต้องต่อรถไปที่เครื่องบินที่จอดกลางลาน

Green Chairs at Suwannabhum Airport

แอบหงุดหงิดเล็กน้อยกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บนเครื่องที่พี่เกาหลีแกเดินพล่านทั่วลำ และนอนกันระเกะระกะเต็มเบาะ พวกนี้ต้องจับไปเจอกับพวกไต้หวัน ได้แย่งที่นั่งกันมันส์ไปเลยแน่ๆ แต่ความหงุดหงิดนั้น ปล่อยสักแป๊บก็หาย เพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่เสียอารมณ์มากไปกับเรื่องรอบตัว เพราะเรากำลังจะไปหาความสุข ไม่ได้เดินทางไปเก็บเกี่ยวความเซ็งเอามาดองเค็ม และในที่สุด เครื่องก็ทะยานออกจากสนาบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ในเกาหลีของเราทั้งสองคน

 

Tags: , , , , , ,