Korean Restaurantบรรยากาศร้านอาหารใกล้พระราชวังถ๊อกซูกุง

หลังจากการชมพิธีเปลี่ยนเวรของทหารรักษาพระองค์ ที่หน้าประตูหลักของพระราชวังถ๊อกซูกุงแล้ว ซึ่งจริงๆ จะเรียกชมก็ไม่เชิง ต้องเรียกว่า ถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่งอาจจะเหมาะกว่า จนพลังเริ่มร่อยหรอ เราสองคนก็เห็นพ้องต้องกันว่า คงจะต้องกินอาหารแบบจริงจัง ก่อนที่จะเดินทางไปจตุรัสควางฮามุน เพราะคาดเดาเอาว่า คงไม่มีใครหน้าไหนใจกล้าไปขายอาหาร กลางจตุรัสเป็นแน่แท้ ว่าแล้วก็หันดูไปรอบๆ และพบร้านที่หน้าตาเหมือนร้าน อยู่ในซอยข้างๆ พระราชวังนี่เอง ร้านนี้หาไม่ยากครับอยู่ถัดจากดังกิ้นไปนิดเดียวเอง อาหารที่ร้านนี้มีหลากหลาย ที่สำคัญมีรูปให้เราชี้ได้ ทำให้ง่าย และใช้เวลาไม่นานนักในการสั่งอาหาร

กิมจิผัดกับหมูราดข้าวกิมจิผัดกับหมูราดข้าว

บิบิมบับบิบิมบับที่รสชาดเหมือนข้าวราดผัดปลากระป๋อง

มื้อนี้ผมได้ข้าวราดกิมจิผัดหมูมากิน ส่วนเก๋ได้บิบิมบับ แต่เป็นบิบิมบับที่หน้าตาแปลกพอดู ทันทีที่เห็นปริมาณข้าว ผมก็คิดในใจว่างานนี้มีเบิ้ลแน่ๆ แต่อีกสักพัก แม่ค้าก็เอาบะหมี่ชามเล็กๆ มาให้ บอกว่านี่คือน้ำซุป ของทางร้าน เรากินอาหารที่เกาหลีมามากมายหลายร้าน  นี่เป็นครั้งแรกครับที่น้ำซุปที่มักจะได้รับมาทานคู่กับอาหารจานหลักมีปริมาณมาก ที่สำคัญไม่ใช่แค่น้ำซุป แต่มีเส้นเหมือนหมี่ซั่วบ้านเราอยู่ด้วย ซึ่งเก๋ไม่ชอบเส้นแบบนี้ ดังนั้น ผมก็ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ในการรับประทานน้ำซุป พร้อมเส้นสองเท่า เป็นอันว่า มื้อนี้ไม่ต้องเบิ้ลก็อิ่มได้ และไม่ใช่อิ้มธรรมดานะครับ อิ่มแบบชนิดที่เรียกว่าก้นหนัก เดินออกจากร้านแทบไม่ได้กันเลยทีเดียว

กิมจิกิมจิ

บะหมี่ชามเล็กบะหมี่ชามเล็ก

หลังจากออกจากร้าน เราก็เดินผ่านหน้าพระราชวังถ๊อกซูกุงอีกครั้ง และเดินตรงขึ้นไปทางประตูที่ ๒ ของรถไฟฟ้าสาย ๑ ที่เราเดินออกมา แต่ไม่ได้ลงกลับไปขึ้นรถไฟฟ้านะครับ เราเดินเลยต่อไป มุ่งหน้าไปยังดงฮวาดิวตี้ฟรี ที่เก๋ขอเข้าไปซื้อของฝากเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ส่วนผมก็เข้าไปปลดปล่อยพลังเล้กน้อย ใช้เวลาราวๆ ครึ่งชั่วโมง เราก็เดินออกจากดงฮวา และมุ่งหน้าต่อไปที่จตุรัสควางฮวามุน ที่เรามองเห็นอนุสาวรีย์ท่านนายพลยี ซุนชินอยู่ไกลๆ ระหว่างทาง ถ้าเรามองไปทางขวา มองข้ามถนนไป เราจะเห็นประติมากรรมหอยม่วง ซึ่งนั่นคือต้นสายของคลองชอนเกซอน ที่เราคิดว่า ถ้ามีเวลาอาจจะมาลองเดินทำสวีทหวาน ให้หนุ่มสาวเกาหลีกรี๊ดกร๊าดกันดูสักที

อนุสาวรีย์นายพลยี ซุนชินอนุสาวรีย์นายพลยี ซุนชิน

อนุสาวรีย์พระเจ้าเซจงมหาราชอนุสาวรีย์พระเจ้าเซจงมหาราช

ทางเข้าพิพิธภัณฑ์ทางเข้าพิพิธภัณฑ์

เมื่อเดินตรงมาเรื่อยๆ จะถึงสี่แยกที่เราจะต้องข้ามถนนไปยังเกาะกลาง ที่เป็นพื้นที่ของจตุรัสความฮวามุน เพื่อไปเคารพ และถ่ายรูปอนุสาวรีย์สองผู้ยิ่งใหญ่แห่งเกาหลี ซึ่งผู้ยิ่งใหญ่ท่านแรกที่เราจะเจอก็คือ ท่านนายพลยี ซุนชินที่ยืนเต๊ะท่า ดูสง่า อยู่บนยอดอนุสาวรีย์สูง ด้านหน้าของอนุสาวรีย์ท่านนายพล จะมีประติมากรรมเรือเต่า ผลงานชิ้นเอกของท่านนายพลวางอยู่ ทางด้านหลังของอนุสาวรีย์ท่านนายพล จะเป็นทางเดินลงไปยังสถานีรถไฟฟ้าควางฮวามุน ถัดจากอนุสาวรีย์ท่านนายพล ก็จะเป็นอนุสาวรีย์พระเจ้าเซจงมหาราช ที่ทรงประทับอยู่บนบันลังก์ โดยมีรูปปั้นสิ่งประดิษย์ของพระองค์ ได้แก่นาฬิกาแดด และมาตรวัดน้ำฝน วางเรียงแถวอยู่ด้านหน้า ด้านหลังอนุสาวรีย์ของพระเจ้าเซจงมหาราช จะเป็นทางเข้าไปสู่พิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอเรื่องราวของพระเจ้าเซจงมหาราช (The Story of King Sejong) และเรื่องราวของนายพลยีซุนชิน (The Story of Admiral Yi Sunshin)

The Story of King SejongThe Story of King Sejong

The Story of Admiral Yi SunshinThe Story of Admiral Yi Sunshin

บรรยากาศในพิพิธภัณฑ์บรรยากาศในพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์นี้มีขนาดไม่ใหญ่ แต่สนุก มีส่วนการจัดแสดง ที่แสดงข้อมูลหลากหลาย ทั้งแบบจำลอง รูปภาพ เนื้อหาเรื่องราว วิดีโอ และแอนิเมชั่น ถ้าบอกแค่นี้หลายคนก็คงจะนึกถามว่า แล้วมันต่างจากพิพิธภัณฑ์อื่นๆ อย่างไรมิทราบ ใครๆ เขาก็ทำแบบนี้ จริงๆ แล้วทุกๆ ส่วน ทุกๆ โซนจะมีพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วมกับพิพิธภัณฑ์ เช่น ในส่วนจัดแสดงเรื่องราวของพระเจ้าเซจงมหาราช มีโซนหนึ่งเป็นภาพแอนิเมชั่นที่เราสามารถหมุนดูตัวละครได้ โดยใช้การสัมผัสและลากเลื่อนบนหน้าจอ และสามารถทดลองเล่นเครื่องดนตรีในสมัยโบราณได้จากหน้าจอ อีกโซนหนึ่งเป็นโซนที่มีกล้อง webcam ที่เราเพียงเอาหน้าไปวางให้ตรงตำแหน่ง แล้วก็กดถ่ายรูป จากนั้นก็เลือกหมวกของขุนนางแบบต่างๆ มาใส่ให้กับรูปของเรา แล้วก็กดส่ง เราก็งงครับว่าเอ๊ะมันจะส่งไปไหน จนกระทั่งเดินไปเดินมา ก็ได้คำตอบว่า รูปที่เราถ่ายเล่นสนุกสนาน แอบมาโชว์อยู่ในบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์หน้าห้อง สนุกกันจนลืมอายเลยครับ

ระบบเสมือนจริงในพิพิธภัณฑ์ระบบเสมือนจริงในพิพิธภัณฑ์

ราชบดินทร์ใส่หมวกเกาหลีราชบดินทร์ใส่หมวกเกาหลี

ในส่วนจัดแสดงเรื่องราวของท่านนายพลก็ไม่ได้น้อยหน้า มีส่วนที่ให้เราไปต่อเรือเต่าของท่านนายพลจากไม้รูปทรงต่างๆ ตามแบบที่เขาแปะไว้ให้ ใกล้ๆ กัน มีก้านพาย เหมือนพายของเรือแจวบ้านเรา ให้ลองออกกำลังทดลองพายดู โดยเราจะรู้ว่าเราพายไปในทิศทางไหนได้จากภาพแอนิเมชั่นที่หน้าจอ สนุกดีครับ การบังคับเรือไม่ง่ายเลยจริงๆ และเมื่อหันหลังกลับไปในโซนเดียวกัน เห็นคนกำลังเล่นอยู่เยอะมาก เราก็เดินไปดู ปรากฏว่าเป็นปืนแบบต่างๆ ทั้งปืนยาว ปืนใหญ่ ที่มีวิถีการยิง และระดับการสร้างความเสียหาย ให้กับเป้าหมายที่แตกต่างกัน ให้เราได้ทดลองยิงเรือของข้าศึก ที่วิ่งขวางไปมาสามระดับ บนหน้าจอ LCD ซึ่งไม่ได้แค่ลองยิงอย่างเดียวนะครับ แต่เราจะต้องยิงเรือข้าศึกแข่งกับ นี่ มันมันตรงนี้ จบแล้วค่อยมาวัดกันว่าใครทำลายเรือข้าศึกได้มากไปกว่ากัน

โซนทดลองต่อเรือโซนทดลองต่อเรือ

สมรภูมิเรือแบบเสมือนจริงสมรภูมิเรือแบบเสมือนจริง

และไม่ใช่ว่าจะมีแต่ของไฮเทคนะครับ ของโลเทคแบบบ้านๆ เขาก็มีให้เราได้มีส่วนร่วม เช่น โซนหนึ่งเราเห็นมีป้ายชื่อถูกเขียนด้วยภาษาฮันกึล โดยเจ้าหน้าที่จะถามชื่อเรา แล้วเขียนชื่อเราในภาษาฮันกึลเป็นต้นแบบ แล้วให้เราทดลองเขียนด้วยตัวเอง เขียนเสร็จแล้ว ก็จะให้เราเอากลับไปเป็นที่ระลึกหนึ่งแป่น และแปะไว้ที่ผนังอีกหนึ่งแผ่น จริงๆ ทีนี่ไม่ใช่เป้าหมายหลักของเราในวันนี้ เรารู้ว่ามี ก็กะว่าจะแวะเข้ามาดูสักหน่อย พิพิธภัณฑ์ดีมากๆ แถมไม่เสียค่าเข้าด้วย ข้างในมีอะไรให้ดู ให้เล่นเยอะแยะจนเราใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงอยู่ที่นี่ ทั้งๆ ที่อยากเล่นต่อ แต่ก็ต้องตัดใจเดินออก เพราะเรามีกำหนดการที่จะไปดูพิธีเปลี่ยนเวรของทหารรักษาพระองค์ที่หน้าประตูพระราชวังเคียงบกกุงที่อยู่ถัดไป

กำแพงสวยในพิพิธภัณฑ์กำแพงสวยในพิพิธภัณฑ์

ในพิพิธภัณฑ์ก็มีดาวในพิพิธภัณฑ์ก็มีดาว

กำแพงวิดีโอและแอนิเมชั่นแบบพาโนรามากำแพงวิดีโอและแอนิเมชั่นแบบพาโนรามา

 

Tags: , , , , , , ,