หลบความวุ่นวายในร้านหนังสือ Kyobo ออกมานั่งพักข้างนอกร้านได้พักใหญ่ๆ ก็ถึงเวลาที่จะเดินต่อ โดยที่ต่อไปที่เราจะไปก็คือ วัดโชเกซา (Jogyesa Temple ) วัดพุทธนิกายเซน ที่ตั้งอยู่กลางเมือง ใกล้กับย่านจงโนที่พลุกพล่าน ว่าแล้วเราก็เดินย้อนเส้นทางเดิมกลับไปที่สถานทีรถไฟฟ้าจงกัก ไปที่ทางออกที่ ๒ ของสถานีรถไฟฟ้าจงกัก แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ ประมาณสิบนาที ก็จะถึงวัดโชเกซาที่อยู่ทางซ้ายมือ

ทางเข้าวัดโชเกซาทางเข้าวัดโชเกซา

ระหว่างทางจะเห็นสินค้าสำหรับนักบวช หรือผู้มาปฏิบัติธรรมที่วัด มีทั้งเสื้อ กางเกง รองเท้า เสื้อคลุม ลูกปะคำ หมวก ย่าม วางขายอยู่ในร้านทางซ้ายมือเต็มไปหมด และสินค้าส่วนใหญ่ของโซนนี้จะเป็นสีเทาครับ ตอนที่เดินอยู่ก็นึกไม่ออกว่าจะมีวัดอยูแถวนี้ได้ยังไง เพราะใจนึกถึงวัดบ้านเราว่าจะต้องมีกำแพง หรือไม่ก็มีซุ้มประตูอลังการ บอกอาณาบริเวณของวัด แต่ที่วัดนี้จะแอบอยู่กับย่านของตึกสมัยใหม่ พอหลุดช่วงตึกไป ก็เจอประตูทางเข้าวัดเลย

ภายในวัดโชเกซา พระวิหารอยู่ทางขวามือภายในวัดโชเกซา พระวิหารอยู่ทางขวามือ

วัดโชเกซานี้เป็นวัดเก่าแก่ที่ถูกสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ ๑๙๑๐ เป็นเสมือนศูนย์กลางของวัดพุทธนิกายเซนในเกาหลี เมื่อเดินผ่านเข้าประตูวัดไปจะพบกับลานดินกว้าง มีวิหารแดอึนเจียน (Daeungjeon) อายุกว่า ๕๐๐ ปี อยู่ทางขวามือ ทางซ้ายมือใกล้กับวิหารมีต้นใม้ใหญ่ที่รูปทรงสวยสะดุดตา จริงๆ ต้นไม้นี้เป็นสิ่งแรกที่ดึงสายตาเมื่อเข้ามาในวัดเลยก็ว่าได้ครับ

พระพุทธรูปหินหน้าพระวิหารพระพุทธรูปหินหน้าพระวิหาร

ไกลออกไปทางซ้ายมือของต้นไม้ เป็นลานดิน มีเจดีย์หินขนาดใหญ่ เห็นผู้คนเดินพนมมือวนรอบ และหยุดคารวะเป็นช่วงๆ ปกติเมื่อมาถึงวัด เราจะเข้าไปกราบพระประธานของวัด เพื่อเป็นศิริมงคล และถือโอกาสถ่ายรูปในวิหารของวัดต่างๆ เอาไว้ด้วย แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันพิเศษอะไรไม่ทราบได้ คนเยอะไปซะทุกที่ รวมทั้งคนที่มาทำบุญที่วัดนี้ก็เยอะด้วย ทำให้ไม่สามารถเข้าไปในวิหารได้

ภาพพุทธประวัติที่ผนังของพระวิหารภาพพุทธประวัติที่ผนังของพระวิหาร

เราเลยมาจุดธูป จุดเทียน เพื่อจะใช้วิธีสักการะที่เจดีย์หินแทน ในขณะที่กำลังจุดธูปอยู่นั้น ป้าชาวเกาหลีคนหนึ่ง แกก็ทำท่าทางพนมมือ แล้วชี้ไม้ชี้มือให้เดินวนรอบเจดีย์ เพื่อบอกเราว่า ให้เราจุดธูปแล้วเดินพนมมือวนรอบเจดีย์ ป้าแกไม่ได้บอกหรอกครับว่าจะต้องหยุดตรงไหนบ้าง แต่เราเห็นคนอื่นหยุดทุกป้ายหิน เราก็เอามั่ง เดินไป พนมมือไป ถือธูปอยู่ในมือ สูงระดับลิ้นปี่ เดินวนตามเข็มนาฬิกา และหยุดคารวะทุกครั้งที่ถึงป้ายหิน

เจดีย์หินในวัดโชเกซาเจดีย์หินในวัดโชเกซา

หลังจากครบรอบเราก็หันมามองหน้ากัน แล้วก็ถามว่า “มันต้องวนกี่รอบวะ?” เพราะเราเห็นบางคนรอเดียวเลิก บางคนไม่วน แต่บางคนวนจนนับรอบไม่ได้ เลยแอบสงสัยว่า หรือจะเดินวนเท่าอายุหว่า แต่ก็คิดว่า ถ้าเดินวนรอบเท่าอายุ ธูปคงหมดก่อนได้ปักแน่ ว่าแล้ว เพื่อไม่ให้เสียพลังมากไปเราก็เลยหยุดแค่รอบเดียวนั่นเอง หลังจากเอาธูปไปปักแล้ว ก็เหลือบไปเห็นบางคนกินอะไรก็ไม่รู้เป็นแท่งๆ ขาวๆ

แป้งต๊กย่างจิ้มกับน้ำผึ้งแล้วอร่อยดีแป้งต๊กย่างจิ้มกับน้ำผึ้งแล้วอร่อยดี

เรามองหาที่มาของอาหารจานนี้ ก็พบกับคุณป้าคนหนึ่งขายเจ้าสิ่งนี้อยู่ ชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไรไม่รู้ แต่ดูเหมือนแป้งต๊กเป็นแท่งย่างบนไฟ เห็นคนกินกันเยอะ เราก็เลยจัดมาซะสามอัน คุณป้าให้น้ำผึ้งมาเป็นน้ำจิ้ม รสชาดแป้งจืดๆ จิ้มกับน้ำผึ้ง ออกมาอร่อยใช้ได้ ส่วนที่อร่อยที่สุด ก็คือส่วนของแป้งที่ถูกเผาจนเกรียม หรือไหม้นิดๆ ทานกับกาแหรสชาดแปร่งๆ หนึ่งแก้ว พอให้คลายหนาวได้ไปอีกพักใหญ่ เรานั่งพักชื่นชมบรรยากาศในวัดสักครู่ใหญ่ ก็ต้องขออำลาไปเดินต่อที่อินซาดง

ฝั่งตรงข้ามของวัดโชเกซา เป็นที่ติดต่อสำหรับคนที่อยากลองอยู่วัดฝั่งตรงข้ามของวัดโชเกซา เป็นที่ติดต่อสำหรับคนที่อยากลองอยู่วัด (Temple Stay)

 

Tags: , , , , , , , ,