Kyongbokkungประตู Heungnyemun

หลังจากสนุกสนานกันเต็มเหนื่ยว ในพิพิธภัณฑ์ของสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งเกาหลี ที่นอกจากจะได้รับรู้เรื่องราวของ พระเจ้าเซจงมหาราช และท่านนายพลยี ซุนชินแล้ว เรายังได้สนุกสนานกับมุมต่างๆ ทั้งไฮเทคและไม่ไฮเทค ทั้งดิจิทัล และไม่ดิจิทัล จนใช้เวลาที่นี่นานเกินคาด ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ไม่น่าจะมีอะไร เดินไม่เกินครึ่งชั่วโมง ก็น่าจะเดินต่อไปที่อื่น แต่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยครับ เราใช้เวลาเป็นชั่วโมงที่นี่ จนต้องตัดสินใจจากมา เพราะเรามีกำหนดการว่า จะต้องไปถึงหน้าพระราชวังเคียงบกกุง ให้ทันชมพิธีเปลี่ยนเวรของทหารระกษาพระองค์ ที่ประตูทางเข้าหลักของพระราชวัง ในช่วงเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง

ประตูความฮวามุนประตูควางฮวามุน

เราเดินมาถึงหน้าประตูควางฮวามุน ทันเวลาพอดีกับที่แถวทหารรักษาพระองค์ มาประจำการ ณ จุดที่จะเริ่มพิธี และยังทันที่จะจับจองตำแหน่งที่ดี เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่ดีของพิธีในครั้งนี้ แต่พิธีการเปลี่ยนเวรคราวนี้ที่หน้าพระราชวังเคียงบกกุง ดูแปลกกว่าทุกครั้งที่ผมไปดู สามครั้งที่ผ่านมา การเปลี่ยนเวรจะทำที่ประตูด้านใน คือ ประตู Heungnyemun ที่จะเข้าสู่พระที่นั่งคึนจองจอน เนื่องจากประตูควางฮวามุนปิดเพื่อการบูรณะ มาคราวนี้ประตูควางฮวามุนบูรณะเสร็จเรียบร้อย และพิธีการเปลี่ยนเวรก็ย้ายจากประตูด้านใน มาที่ประตูควางฮวามุน ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือทิศทางของการแสดง โดยปกติไม่ว่าจะเป็นที่พระราชวังไหน เมื่อมีพิธีเปลี่ยนเวร เราจะถูกกันให้ยืนที่ด้านใด ด้านหนึ่ง และหันหน้าเข้าหาพื้นทีที่จะเกิดพิธีการเปลี่ยนเวร

kyongbokkungพระที่นั่งคึนจองจอน

แต่คราวนี้ เราเหมือนถูกล้อมด้วยทหารรักษาพระองค์ และไม่รู้เลยว่าการแสดงจะไปในทางทิศไหน เดาได้ยากจริงๆ และที่ดูแย่ไปกว่านั้น จุดไคลแม็กซ์ที่สำคัญของการเปลี่ยนเวร คือ การรับมอบและส่งเวรของนายทหาร เกิดขึ้นที่อีกด้านหนึ่งของประตูควางฮวามุน ทำให้ทุกคนจะต้องเดินย้อนกลับผ่านทหารรักษาพระองค์ ออกไปที่ประตูด้านนอกทีติดริมถนนอีกครั้ง สรุปว่าทริปนี้ การเปลี่ยนเวรที่เคียงบกกุง สอบตกในสายตาเรา และดูแย่กว่าการเปลี่ยนเวรในพระราชวังอื่นๆ ที่เราเคยดู ทั้งๆ ที่เคียงบกกุงเป็นพระราชวังที่สำคัญ และเป็นที่ที่ผมอยากแนะนำให้ทุกท่าน ที่มีโอกาสไปเที่ยวเกาหลี จะต้องไปชมให้ได้ และคาดว่าปัญหาเรื่องการเปลี่ยนเวรที่ผมกล่าวมานี้ จะถูกแก้ไขต่อไปในอนาคตครับ

kyongbokkungอาคารต่างๆ ภายในพระราชวังเคียงบกกุง

คราวนี้มารู้จักพระราชวังเคียงบกกุงกันแบบคร่าวๆ กันบ้างนะครับ คำว่า “เคียงบกกุง” ในภาษาเกาหลี แปลว่า “พระราชวังแห่งพรที่ส่องสว่าง (The Palace of Shining Blessings)” พระราชวังแห่งนี้ เป็นพระราชวังที่สำคัญ ตั้งอยู่ทางเหนือของกรุงโซล เคียงบกกุงเป็นหนึ่งในห้าพระราชวังใหญ่ ที่สร้างขึ้นโดยราชวงศ์โชซอน ในปี พ.ศ. ๑๙๓๗  และได้กลายเป็นพระราชวังหลวง หรือวังหลักสำหรับประทับว่าราชการของกษัตริย์ และเหล่าเชื้อพระวงศ์ของเกาหลีมาโดยตลอด ต่อมาได้รับการต่อเติมในยคสมัยของพระเจ้าแทจง และพระเจ้าเซจงมหาราช ในช่วงต้นราชวงศ์โชซอน มีอาคารในพระราชวังประมาณ ๒๐๐ อาคาร จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๑๓๕ กองทัพญี่ปุ่นบุกประเทศเกาหลี และตำหนักต่างๆ ได้ถูกทุบทำลาย ถูกเผาทิ้งไปเป็นจำนวนมาก ต่อมาจึงได้รับการบูรณะซ่อมแซม และสร้างพระราชวังขึ้นมาใหม่ในแบบเดิม โดยในปัจจุบันมีตำหนักทั้งสิ้น ๑๐ ตำหนัก

ภายในพระที่นั่งคึนจองจอนภายในพระที่นั่งคึนจองจอน

ภายในพระราชวังเคียงบกกุง ถ้าเดินผ่านประตู Heungnyemun เข้าไปแล้วก็จะพบกับพระที่นั่งคึนจองจอน ที่ยิ่งใหญ่ และตั้งเด่นเป็นสง่า ภายในพระที่นั่งเราได้แต่มองจากภายนอก ก็จะเห็นท้องพระโรงที่ถูกจัดไว้ให้เหมือนกับในอดีต ถ้าเดินต่อไปก็จะพบกับอาคาร และพระที่นั่งต่างๆ ที่สวยงาม สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพแล้ว ที่นี่จะมีมุมสวยๆ มากมาย ให้กดชัตเตอร์กันจนปวดนิ้วเลยครับ ถ้าเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ในบริเวณพระราชวังเคียงบกกุง เราก็จะเจอกับพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี ที่มีการแสดงวิถีชีวิตของชาวเกาหลี สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยราชวงศ์โชซอน และยังได้แสดงเครื่องไม้สอยในชีวิตประจำวัน เครื่องใช้ในพิธีการต่างๆ รวมทั้งศิลปะอีกหลายชิ้น ต้องมีเวลาเยอะๆ ครับ ถ้าจะดูให้ได้เรื่องได้ราว เพราะที่นี่น่าสนใจทีเดียวครับ

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี

วัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลีวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี

วัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลีวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี

วัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลีวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี

 

Tags: , , , , , , , ,