เมื่อหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน เอ๊ย ไม่ใช่ ก็ได้เวลาลุยตามโปรแกรม เริ่มต้นจากสถานีกูโร่ที่เราอยู่ เราจะเดินทางไปที่สถานีจงกัก (Jonggak) ใช้เวลาประมาณ ๒๓ นาที ผ่าน ๑๐ สถานี โดยไม่ต้องต่อรถ จริงๆ นี่เป็นความตั้งใจที่จะเลือกที่พัก ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้ามากนัก และถ้าเป็นไปได้ เราจะเลือกสถานี บนเส้นทางของรถไฟฟ้าสาย ๑ เป็นหลัก เพราะสะดวกกับการเดินทางไปในที่ต่างๆ ทั่วกรุงโซล วันนี้อากาศเย็นลงมากๆ อย่างรู้สึกได้ เมื่อลงมายืนรอที่ชานชาลา แต่หนาวอยู่ได้ไม่นาน พอรถไฟมาจอดเทียบ และประตูเปิดเท่านั้นแหละ เราก็พบว่านี่มันปลากระป๋องชัดๆ บนรถไฟฟ้าคนเยอะมาก เรื่องที่นั่งไม่ต้องพูดถึง เอาแค่ที่ยืนให้ได้ก่อนเถอะ

บรรยากาศคนเยอะในเช้าวันเสาร์บรรยากาศคนเยอะในเช้าวันเสาร์

ยี่สิบกว่านาทีผ่านไป ไม่ไวแต่ไม่ช้า เราก็มาถึงสถานีรถไฟฟ้าจงกัก ที่แรกที่เราจะไปในวันนี้ก็คือ ร้านหนังสือใหญ่ที่มีประตูต่อเชื่อมกับทางออกที่ ๕ และ ๖ ของสถานีนี้ เดินหาไม่นานเราก็มาถึงร้าน Youngpoong Bookstore หรือเรียกสั้นๆ ว่า YP Books จุดเด่นของร้านนี้ นอกจากจะเดินทางมาสะดวกแล้ว ความหลากหลาย และปริมาณของหนังสือในร้าน ยังมีมากพอที่จะรองรับผู้อ่านที่มีความสนใจแตกต่างกัน ถ้าเทียบกับเมืองไทยก็ใหญ่พอๆ กับคิโนะฯ ที่เซ็นทรัลเวิร์ด จริงๆ ร้านนี้เล็กกว่าอีกร้านนึง ที่เรากำลังจะไปต่อจากนี้อีกนะ ใน YP Books หนังสือถูกจัดแยกเป็นหมวดหมู่ มีทั้งชั้นที่เป็นตู้ไม้วางเรียงเป็นแถว และชั้นติดผนัง ที่เป็นปัญหานิดหน่อยก็คือ ในแต่ละหมวด มีแต่ภาษาเกาหลีกำกับเท่านั้น

หน้าร้าน YP Books เชื่อมต่อกับทางออกรถไฟฟ้าหน้าร้าน YP Books เชื่อมต่อกับทางออกรถไฟฟ้า

แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคที่จะมาขวางเรา จากการเดินเลือกซื้อหนังสืออย่างเมามัน เก๋แยกไปหาหนังสืองานฝีมือสัญชาติเกาหลี ที่ราคาถูกกว่าในเมืองไทย และบางเล่มในเมืองไทยไม่มี ส่วนผมเดินไปดูหนังสือวาดภาพสีน้ำ ใช้เวลากว่าชั่วโมง เก๋ก็ได้จ่ายเงินสำหรับ ค่าหนังสือสองสามเล่ม ที่น่าทึ่งก็คือ เก๋กับคนขายพูดกันไม่รู้เรื่อง แต่เก๋ใช้วิธีเขียนภาษาอังกฤษในกระดาษให้เขาอ่าน ก็สามารถหาหนังสือได้ในที่สุด ส่วนผมมีหนังสือที่ชอบ แต่ไม่ได้ซื้อ เพราะอ่านไม่ออก หลายคนคงงงว่าทำไมซื้อหนังสือวาดภาพ ต้องอ่านออกด้วย ดูภาพไม่พอหรอ จริงๆ ไม่พอครับ เพราะคำอธิบายจะอธิบายส่วนผสม ชื่อสี พู่กัน และเทคนิคที่ใช้ ถ้าแค่ดูภาพจะไม่พอครับ

Kyobo Buildingตึก Kyobo

จาก YP Books เราเดินย้อนกลับมา เพื่อเดินออกที่ทางออกที่ ๒ และเดินต่อไปราวๆ สิบถึงสิบห้านาที เพื่อไปที่ร้านหนังสือยักษ์ใหญ่ Kyobo ที่ตั้งอยู่ในตึกที่ชื่อเดียวกัน พอเดินออกมาจากทางออก เราก็พบความผิดปกติมากๆ นั่นคือ บนท้องถนนมีคนมากมาย มากมายจนผิดปกติ เหมือนมีมหกรรมอะไรสักอย่าง ทั้งๆ ที่ช่วงเวลานี้ก็ยังไม่ถึงวัน White Day ในวันที่ ๑๔ มีนาคม ของทุกปี ที่ผู้ชายเกาหลีจะมอบดอกไม้คืนให้ฝ่ายหญิง แต่หลายๆ ร้านบนเส้นทางเดินของเรา ก็มีป้ายบอกโปรโมชั่นวัน White day แปะกันเต็มไปหมด แต่วันนี้เราไม่รู้จริง ว่าวันอะไร ทำไมคนถึงเยอะมากมายขนาดนี้ และพอเราเดินมาถึงตึก Kyobo เราก็ต้องช็อคกับปริมาณคนมหาศาลในร้าน ขนาดว่าร้านนี้ใหญ่มากๆ แล้วนะครับ แต่คนในร้านแน่นมากๆ

หน้าทางเข้าร้านหนังสือ Kyoboหน้าทางเข้าร้านหนังสือ Kyobo

ผมเข้าไปเดินดูหนังสือวาดภาพได้ไม่เกินสิบนาที ก็เดินออกมา ด้วยไม่ชอบบรรยากาศที่คนเยอะๆ เห็นแล้วอึดอัด เลยมานั่งรอเก๋อยู่ที่หน้าประตู ราวๆ ครึ่งชั่วโมง เก๋ก็เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม แต่ไม่มีหนังสือติดไม้ติดมือกลับมาด้วย เข้าใจว่า พอคนเยอะ การสื่อสารก็ยิ่งยากใหญ่ สำหรับผมถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว ผมว่าบรรยากาศในร้าน YP Books น่าเดินกว่าเยอะ ดูไม่พลุกพล่าน และสงบกว่าที่ Kyobo เยอะ ส่วนหนังสือ ถ้าส่วนตัวผม ที่ดูเฉพาะหนังสือเกี่ยวกับการวาดภาพ และการวาดภาพสีน้ำแล้วล่ะก็ ผมว่าปริมาณหนังสือในหมวดนี้ ที่ YP Books มีมากกว่า และน่าซื้อกว่าครับ แต่แน่นอนโอกาสหน้า ถ้ามาอีกจะต้องกลับมาที่ร้าน Kyobo อีก เพราะเห็นแล้วว่าหนังสือเยอะจริง แต่เราอาจจะมาในวันที่คนเยอะเกินไป เลยไม่มีอารมณ์เลือกหนังสือ อาจจะมองข้ามบางอย่างไป เอาไว้มาแก้ตัวกันคราวหน้าละกันเน๊าะ

ปติมากรรมหน้าตึกแห่งหนึ่งระหว่างเส้นทางเดินไป Kyoboปติมากรรมหน้าตึกแห่งหนึ่งระหว่างเส้นทางเดินไป Kyobo

 

Tags: , , , , , , , , , ,