Bayview Hotel in Philippines
เป็นเวลากว่าสามชั่วโมงที่ต้องนั่งเครื่องบิน ที่มีลักษณะการบินแบบเรือแล่น คือ บินแบบโคลงเคลงไปมาเป็นช่วงๆ เนื่องจากสภาพอากาศไม่ดี เพื่อเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการที่ประเทศฟิลิปปินส์ ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-3 มีนาคม 2553 ในหัวข้อ “Training Workshop on MoW Awareness-Raising and Advocacy for National MoW Committee and Young Associates in Asia and the Pacific” ซึ่งผมได้รับเลือกจากคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก (The Thai National Committee on Memory of the World Programme of UNESCO) ด้วยเหตุผลว่าดูเหมือนว่าจะเด็กที่สุด และคณะกรรมการอยากได้เลือดใหม่ไปเรียนรู้ และพอจะหวังได้ว่าน่าจะนำความรู้กลับมาช่วยงานของคณะกรรมการฯ ได้

ซึ่งถือว่าเป็นการเดินทางที่ฉุกละหุกมาก ตั้งแต่ทราบเรื่อง เตรียมตัวก่อนไป เตรียมข้อมูล ซึ่งจะต้องทำการบ้านมากมาย เนื่องจากงานในส่วนของคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก ไม่ใช่งานหลักของผม และก็ได้พบว่าข้อมูลการทำงานของคณะกรรมการแห่งชาติฯ ไม่ได้หามาได้ง่ายๆ เลย นอกจากความยากในการหา ความยากถัดมาคือการศึกษา วิเคราะห์ และคาดเดา เพื่อเตรียมข้อมูลไปทำงานที่ฟิลิปปินส์ เพราะไปถึงที่นั่นแล้ว ทุกอย่างจะยากขึ้นมาอีกหลายเท่า ดังนั้น ช่วงเวลา 2 อาทิตย์ก่อนไป จึงเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก และแม้ว่าไปแล้ว ก็ยังแบกความกังวลไปด้วย เนื่องจาก ผมกำลังทำงานที่ผมไม่ได้เชี่ยวชาญ ประกอบกับเวลาเตรียมตัวมีน้อยมาก เมือเทียบกับการทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการแห่งชาติฯ ดังนั้น ความมั่นใจย่อมบังเกิดขึ้นเป็นปกติ แต่ตามนิสัย เมื่อต้องไปแล้ว ไม่มีเวลามากลัว ก็ต้องอาศัยการเตรียมตัวให้มากที่สุด แม้แต่อยู่บนเครื่องบินก็ยังต้องทำงานต่อ ซึ่งปกติจะไม่ค่อยเกิดกับผมบ่อยนัก จะเกิดก็ต่อเมื่อกำลังทำอะไรที่ไม่มั่นใจ

ในที่สุด ผมก็มาถึงฟิลิปปินส์ เอาในตอนทุ่มกว่าๆ ของเวลาที่ฟิลิปปินส์ บรรยากาศในสนามบินไม่วุ่นวายมาก ผมเดินมาได้สักพักก็เจอคนที่เข้าไปรับ ก่อนที่จะขอเอกสารไปดำเนินการกับการตรวจคนเข้าเมืองให้ นี่ถือเป็นครั้งแรกนะครับ ที่ไม่ต้องจัดการในส่วนของ ตม. เอง แต่จริงๆ จะว่าไป ทำเองก้ได้นะครับ เจ้าหน้าที่แค่เข้ามายื่นให้ เข้าใจว่าน่าจะทำให้ทุกอย่างผ่านได้เร็วขึ้น หลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หลังจากออกจากสนามบินก็มีรถ SUV มารับ ซึ่งก็พบว่าด้านนอกมืดสนิทแล้ว แต่ท้องถนนยังเต็มไปด้วยรถรา และสังเกตุเห็นความวุ่นวาย ที่น่าจะเป็นรูปแบบความวุ่นวายที่หนักกว่ารถติดในบ้านเรา เพราะเจอทั้งคนวิ่งตัดหน้ารถ คนกระโดดลงจากรถกลางถนนขณะที่รถกำลังวิ่ง ไม่นับรมรถราหลายขนาดที่วิ่งยั้วเยี้ยไปทั่วถนน รถแล่นมาเรื่อยๆ ก็สังเกตเห็นว่ามีการยิงพลุ เหมือนมีงานเฉลิมฉลองอะไรสักอย่าง ก็พาลคิดเอาเองว่า เขาคงยิงสลุดด้วยความดีใจที่เรามาประเทศเขาซะละมั๊ง

ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงดี ผมก็มาถึงโรงแรม Bayview ซึ่งเป็นทั้งที่พัก และที่จัดงานฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งก็เหมือนกับหลายๆ โรงแรมที่เวลาเราดูภาพผ่านเว็บแล้วดูดี แต่ประบการณ์สอนว่าอย่าคาดหวังมาก เลยไม่ค่อยแปลกใจกับสภาพจริงที่เห็น แต่ไม่ได้บอกว่าเลวร้ายนะครับ ก็ถือว่ากลางๆ ถึงจัดว่าดีพอสมควรเลยนะครับ หลังจากลงทะเบียนเข้าพัก และมานั่งฟังสรุปจากผู้ประสานงาน ก็ประมาณสองทุ่มกว่า ผมก็ไปถามเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ว่า ผมสามารถออกไปเดินข้างนอกได้ไหม  ในละแวกนี้มีอันตรายไหม ที่ถามนี่ถือเป็นกรณีพิเศษจริงๆ นะครับ เพราะผมมักจะไม่เคยถาม ไปถึงที่ไหน ก็จะตองขอสำรวจสักหน่อย แต่มาที่ฟิลิปปินส์นี่ มีหลายคนเตือนมาครับ เลยต้องถามเอาชัวร์สักหน่อย ซึ่งคำตอบที่ผมได้รับก็คือ “ไม่แนะนำค่ะ” ผมก็เลยใช้เวลาที่เหลือในคืนนั้นอยู่ทำงานที่ห้อง แทนการเดินสำรวจโลกอย่างที่เคยทำในทุกประเทศที่ไป

อ้อ ที่นี่มีข้อเสียอย่างหนึ่งคือ ไม่มีฟรีอินเทอร์เน็ต เราจะต้องซื้อแอคเคาท์ในราคาชั่วโมงละ 100 เปโซ สำหรับคนที่มีโน๊ตบุ๊คมา แต่ถ้าไม่มี เขามีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ แต่ต้องเสียเพิ่มเป็นชั่วโมงละ 150 เปโซ ที่สำคัญอินเทอร์เน็ตใช้ได้เฉพาะที่ล็อบบี้เท่านั้นครับ ผมก็เลยต้องหอบหิ้วคอมพิวเตอร์ลงมาทำงานที่ล็อบบี้ โดยไปนั่งในร้านกาแฟ ซึ่งเป็นร้านที่มาทานอาหารเช้าทุกเช้า ซึ่งผมก็ต้องเลือกโต๊ะที่มีปลั๊กไฟ เนื่องจากโน๊ตบุ๊คที่เอาไปใช้ มีอายุแบบไร้สายไฟได้ไม่เกินสิบนาที ก็ถือว่าไม่สะดวกเล็กน้อยครับ แต่รวมๆ สภาพห้อง ความสะอาด ถือว่าเข้าเกณฑ์ดีเลยครับ

 

Tags: , , , , , , , , , , , , , ,