First day training

วันที่ 1 มีนาคม 2553 เป็นวันแรกของการฝึกอบรม ซึ่งนับเป็นวันที่รอคอย เพราะก่อนหน้านี้ได้แต่การสอบถาม ผ่านทางอีเมลมายังทีมประสานงาน รวมทั้งค้นข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อนำไปเป็นข้อมูลป้อนเข้าสู่สมอง และจินตนาการไปต่างๆ นาๆ ว่าห้องเรียนจะเป็นอย่างไร การเรียนจะเป็นอย่างไร จะสนุกเหมือนกับที่ไปเรียนที่ญี่ปุ่นไหม ซึ่งวันนี้ทุกอย่างก็ถูกเฉลยออกมา ซึ่งสภาพห้องเรียน พิธีเปิด การเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฎิบัติ การจัดเบรก และการรับผระทานอาหารกลางวัน อยู่ในห้องเดียวกันหมดครับ แต่ก็มีการแบ่งพื้นที่ไว้เป็นสัดเป็นส่วนแบบง่ายๆ ด้วยการใช้พาร์ติชั่นมากั้น ห้องเรียนนี้เป็นห้องจัดงานประชุมที่อยู่ชั้นที่หนึ่งของโรงแรม ชั้นเดียวกับล็อบบี้นั่นแหละครับ การจัดห้องก็เหมือนการจัดทั่วๆ ไป ไม่ได้แตกต่างจากบ้านเราเท่าไหร่ ส่วนอาหารเบรกก็อย่างใหญ่ เรียกว่ากินแล้วอิ่มเหมือนกินข้าวครับ อาหารกลางวันก็แตกต่างจากบ้านเราไม่มากนัก มีข้าวเหมือนบ้านเราเป๊ะเลยครับ แต่กับข้าวจะเน้นไปทางเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อวัวของที่นี่ น่าจะเป็นอาหารโปรดของเขาเลยครับ แต่ก็อร่อยดีครับ ทานกับข้าวกำลังดี ทานเปล่าๆ จะเค็มไปนิดครับ

อธิบายความเกี่ยวกับสภาพห้องเรียนไปแล้ว คราวนี้มาเล่าให้ฟังถึงเพื่อนร่วมชั้นกันบ้างครับ เพื่อนร่วมชั้นที่เจอคนแรก มาจากกระทรวงวัฒนธรรมของลาวชื่อวงชิต อิซาเบลจากกัมพูชา เวียตอันจากเวียดนาม เอนดังจากอินโดนีเซีย อาเมอจากมาเลเซีย เซลิน่าจากฟิจิ และเพื่อนฟิลิปปินส์ทั้งแก่และไม่แก่อีกเพียบครับ วันนี้การฝึกอบรมเริ่มจากพิธีเปิดด้วยการกล่าวต้อนรับจาก Dr. Florangel Rosario-Braid ที่เป็น Co-Chair ของ Philippines Memory of the World Committee เมื่อจบแล้วก็เป็นการกล่าวเปิดของ Ms.Carmen D. Padilla เป็น Chair ของ Philippines Memory of the World Committee ตามด้วยการแนะนำตัวของผู้เข้าร่วมสัมมนา และพูดถึงความคาดหวังของการเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้

MOW Training Group Photo

พอรู้จักกันแล้ว ก็พากันไปกินเบรคครับ เบรคมื้อแรกนี่มีขนมก้อนใหญ่มหึมา มาให้กินจนจุก แล้วก็เข้าสู่ภาคทฤษฎีว่าด้วยเรื่องของ Memory of the World Programm และพูดถึงความสำคัญของการวางแผนในการสร้างความตระหนัก และแผนประชาสัมพันธ์ หลังจากอาหารกลางวันก็เป็นช่วงที่เรารอคอยด้วยใจระทึก ก็คือการนำเสนอรายงานความก้าวหน้าของ คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก ซึ่งคนอื่นอาจจะไม่ตื่นเต้น แต่ผมตื่นเต้น ผมตื่นเต้นทุกครั้งที่นำเสนองานภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีเวลาซ้อมน้อยๆ นี่ยิ่งจะทำให้ไม่ค่อยมั่นใจครับ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี อาจจะไม่ดีนักในความรู้สึกของผม แต่ก็ถือว่าดี ถ้าประเมินจากแววตา และอากับกิริยาการพยักหน้าของทุกคนแล้ว ดูเหมือนว่าเข้าใจที่ผมพูด ก็ถือว่าสื่อสารประสบความสำเร็จพอสมควรครับ

จากการฟังรายงานของเพื่อนทุกคนจบลง ก็เลยรู้ว่าประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม ยังไม่มีคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก ส่วนประเทศอื่นๆ ก็มี แต่ไม่อยากคุยครับว่าคณะกรรมการฯ ของประเทศไทยก้าวหน้าไปมากกว่าเขาเยอะครับ จริงๆ แล้วก็เป็นความภูมิใจนะครับ แต่อีกใจหนึ่งผมรู้ครับว่าเรายังมีเรื่องต้องพัฒนาอีกพอสมควร และรู้สึกว่ากลับไปอยากจะเสนอให้ทำนั่นทำนี่ มีแผนนั่นมีแผนนี่ จะได้เป็นต้นแบบให้ประเทศใกล้เคียงได้ และอาจจะเป็นศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้ในอนาคต นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่สนับสนุนความคิดผมว่าคนไทยนี่เก่งไม่แพ้ใครครับ เพียงแต่เราอาจจะยังขาดปัจจัยบางอย่างที่จะเข้าสู่ความสมบูรณ์แบบ แต่ผมเห็นท่าที และวี่แววของการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นครับ ผมก็คงหวังให้คณะกรรมการฯ ของไทยมีการพัฒนาขึ้นเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ และที่สำคัญกว่านั้น คณะกรรมการควรเป็นกลจักรสำคัญ ในการทำให้คนไทยเห็นคุณค่าของมรดกความทรงจำที่สะสม สืบทอด ส่งต่อมาจวบจนปัจจุบัน และภูมิใจในความเป็นคนไทยมากยิ่งๆ ขึ้นไปครับ….สาธุ

 

Tags: , , , , , , , , , , , , , , ,