Rachabodin ware a face mask

ผมรู้สึกเจ็บคอหลังจากการบรรยายแบบมาราธอน ทั้งวัน ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และตั้งแต่กลับมาถึงกรุงเทพฯ อาการก็เริ่มชัดขึ้น เริ่มมีไข้ขึ้น ผสมกับอาการปวดหัว ผมดูแลตัวเอง ด้วยการทานยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ ซึ่งก็ได้ผลครับ ไข้ลดไป แต่ก็จะกลับมาใหม่หลังจากหมดฤทธิ์ยา ที่น่าสังเกตก็คือ การเป็นไข้คราวนี้แตกต่างจากการป่วยที่ผ่านๆ มา เพราะปกติผมจะมีอาการเจ็บคอ ผสมกับอาการไข้ นั่นคือ อาการต่อมทอลซิลอักเสบ ที่มักจะเป็นประจำ และอาการไข้จะเป็นๆ หายๆ เนื่องจากอาการอักเสบยังคงอยู่ ดังนั้น สุดท้ายแล้ว ผมก็จะต้องไปหาหมอ เพื่อตรวจ และมักจะได้ยาแก้อักเสบมากิน ซึ่งอาจจะหายได้ในหนึ่งอาทิตย์ หรือไม่ก็จะเป็นคาราคาซัง และต้องกลับไปหาหมอใหม่อีกครั้ง ก็จะได้ยาแก้อักเสบชุดใหม่มา จัดการกับไวรัสยุคใหม่ที่แข็งแรงกว่าไวรัสสมัยก่อน ถึงจะสามารถหายป่วยได้ แต่การป่วยครั้งนี้ผมรู้สึกเจ็บคอเฉพาะวันแรกเท่านั้น วันอื่นๆ ไม่เจ็บคอ แต่ไข้กลับมาๆ ไปๆ ซึ่งก็สงสัยอยู่พอประมาณว่า ถ้าไม่เจ็บคอ คอไม่อักเสบ แล้วอะไรอักเสบล่ะ อย่าบอกนะว่าเป็นไข้ทันสมัย เหมือนกับชาวบ้านเขา

แต่อาการที่ผมเป็นอยู่  ทำให้ผมไม่รู้สึกกลัวว่าจะติดไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่อย่างใด แต่อาจจะมีบางอย่างที่ผมไม่รู้ อาการผมไม่คอยดี ทำให้ต้องลาป่วย 2 วัน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น แต่โคต้าการลาแบบไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์หมดลง ก็เลยต้องมาทำงาน ซึ่งทำให้ผมจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย ด้วยเหตุผลหลักๆ คือ เพื่อไม่ให้ไข้หวัดไปติดคนอื่น และเหตุผลรองคือเพื่อให้คนรอบข้างสบายใจ นั่นเป็นผลให้ผมรู้ซึ้งถึงสิ่งที่น่ากลัวกว่าการเป็นไข้หวัด 2009 ซึ่งไม่ใช่อะไรเลย มันคือ กลิ่นปากเราเอง ที่วนเวียนให้เราดมในระยะประชิด ภายใต้หน้ากากอนามัยที่ใส่อยู่ ถึงว่าสิ คนที่ใส่หน้ากากอนามัยหลายๆ คน ถึงชอบทำหน้าปูเลี่ยนๆ เราก็นึกว่าเขาคงป่วยมาก จะไม่ไหวแล้ว แต่ที่แท้น่าจะเป็นเพราะต้องดมกลิ่นปากตัวเองอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ชั่วโมงแรกก็ยังพอไหวนะครับ แต่พอเริ่มหลายชั่วโมงขึ้น กลิ่นปากก็เริ่มออกฤทธิ์ต่อสมอง ทำให้คิดและทำอะไรช้าไปหมด สมองเริ่มเบลอ สั่งการช้า มึนหัวไปหมด นี่ใช่ไหม คือเหตุผลที่แท้จริงของการให้คนหยุดอยู่บ้านช่วงเป็นไข้ เพราะจะได้ไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย และดมกลิ่นปากตัวเอง ซึ่งถ้าใส่ตอนขับยวดยานอยู่ ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เข้าใจล่ะ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ผมดีใจมากเลยครับ สำหรับการเรียนรู้ครั้งใหม่ในครั้งนี้ และที่แน่ๆ ผมเป็นไข้เพราะคออักเสบ แต่ต่อมทอลซิลไม่ได้อักเสบ ก็เลยไม่รู้สึกเจ็บคอมากเหมือนที่ผ่านๆ มา นั่นเอง หาใช่ไข้หวัดใหญ่ 2009 ไม่

 

Tags: , , ,