Kukrit Institute Website

ไม่ผิดนัก ถ้าจะบอกว่าทำเว็บจนเพ้อ เพราะถ้านับวันที่คลุกคลีกับข้อมูลของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ก็มากกว่าหนึ่งเดือน ซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ทางสถาบันคึกฤทธิ์ส่งมาให้ สำหรับขึ้นเว็บของสถาบันฯ ที่จะเปิดตัวในวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔ ที่จะถึงนี้ ผมเองไม่ได้ถึงกับชอบ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์มากนัก ถึงขนาดเป็นแฟนตัวจริง แต่นึกชื่นชมท่านอยู่ในใจ ถึงความสามารถในเชิงวรรณศิลป์ และที่สำคัญภาพที่ชัดเจนของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ กับความจงรักภักดี และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ของท่าน อย่างไม่มีข้อกังขา ผมชอบอ่านงานเขียนของท่าน และที่ผ่านมาได้อ่านอยู่หลายเล่ม เช่น ไผ่แดง ยิว สี่แผ่นดิน ฯลฯ แต่ที่ชอบมากก็เห็นจะเป็น “ไผ่แดง”

Paidang

ที่ชอบนี่ไม่ใช่แค่เพียงเพราะ ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเก่าของพ่อ ที่เก็บไว้บนชั้นหนังสือที่บ้าน แต่ยังจำได้ว่า ได้ดูไผ่แดงเวอร์ชั่นทีวี ในครั้งที่ช่องอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้แล้วนำมาทำเป็นละครโทรทัศน์ ในตอนนั้นเห็นว่าความคิด และมุมมองของท่าน ที่ถ่ายทอดออกมาผ่านตัวหยังสือนั้นช่างแยบคายนัก ยังติดใจในเนื้อเรื่อง และภาษาที่ใช้ และไม่ใช่เพียงแค่ไผ่แดง แต่งานเขียนอีกหลายๆ เรื่องของท่าน ก็อ่านได้ไม่รู้เบื่อ ผมจำได้ว่า ได้มีโอกาสอ่านงานเขียนของท่านในหนังสือพิมพ์ ก็รู้สึกได้ถึงความตรงไปตรงมา ความเป็นนักเลงในสำนวน ตลอดจนความตั้งใจที่ดีของท่านที่สะท้อนอกมาในทุกๆ บทความ

จนมาถึงช่วงวันหยุดสงกรานต์ ที่ได้อ่านงานเขียนของท่านมากยิ่งขึ้น ทำให้ผมได้เห็นความเป็นอัจฉริยะในด้านการสื่อสารของท่าน วิธีในการเปรียบเทียบ เปรียบเปรย มีหนัก มีเบา สมแล้วที่หลายๆ ท่านยกย่องให้ท่านเป็นเป็นนักคิด นักการเมือง และนักหนังสือพิมพ์ฝีปากกล้า แต่ท่านไม่ได้กล้าเพียงฝีปาก แต่ท่านกล้าที่จะทำตามความคิดของท่าน กล้าคิด กล้าทำ และมุ่งมั่นในเจตนาคติที่ดี นั่นเป็นเรื่องที่น่านับถือยิ่งนัก และยิ่งถ้าเราหันมามองนักการเมือง และนักสื่อสารมวลชนทั้งหลาย ในโลกที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยี เฉกเช่นปัจจุบันนี้แล้ว ผมคิดว่า มันก้าวหน้าไปได้แค่เทคโนโลยี แต่ทั้งความคิดและจิตใจ มันยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ จนเห็นภาพได้เลยว่า ถ้า ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ท่านยังอยู่ ท่านจะผิดหวังกับสภาพการเมืองที่เหลวแหลกแบบนี้มากแค่ไหน

 

Tags: , ,