HDR Panorama of M.R.Kukrit House

ย้อนไปในฃ่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ผมได้รับมอบหมายให้ทำ Panoramic VR ของบ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งเป็นต้นแบบ และแนวทางในการอนุรักษ์บ้านไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นบ้านของบุคคลสำคัญของประเทศไทย และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า แนวทางนั้น จะถุกนำไปใช้จริงในการอนุรักษ์ในรูปแบบดิจิทัล ผมจำได้ว่าในเวลานั้้น สิ่งที่ทำได้จริงๆ ก็คือการถ่ายภาพปกติ และการทำ Object VR ที่เป็นเทคนิคสำหรับใช้ในการ ทำวัตถุสามมิติ โดยใช้การถ่ายรูป แต่สำหรับงานพาโนรามาแบบ ๓๖๐ x ๑๘๐ องศานั้น ต้องบอกว่าไม่เคยเลย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะไม่เคย ใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่แน่นอนว่ามีงานให้ทำ มีเรื่องต้องเรียนรู้มาก

ปัญหาสำคัญของงานนี้คือ ณ เวลานั้น งานแบบนี้ยังไม่มีคนที่ผมรู้จักเคยทำในประเทศไทย คนที่ผมพอรู้จักคือ คุณวรพจน์ที่เคยทำ QuckTime VR ของพระราขวัง ซึ่งตอนนั้นเป็นพาโนรามาแบบ ๓๖๐ องศา แต่ไม่ถึง ๓๖๐ x ๑๘๐ องศา นั่นทำให้เกิดปัญหาว่าไม่สามารถมีใครมาแนะนำให้ได้ ต้องศึกษาหาความรู้เอาเอง ผมเริ่มจากการค้นหาในอินเทอร์เน็ต เพื่อศึกษาเทคนิคการถ่ายภาพพาโนรามาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งก็พอได้แนวทาง ที่สามารถมาทำต่อได้ ขาดเพียงแต่ทำจริงๆ ดังนั้น ผมเริ่มจากการเดินทางไปบ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เพื่อสำรวจสถานที่ ซึ่งจริงๆ แล้วต้องการกำหนดจุดถ่ายพาโนรามา

Terrace

แต่พอไปถึงแล้ว ก็ทำให้พบกับความจริงว่า มีปัญหา ๒ ประการที่ต้องรับมือ นั่นคือ หลายๆ ห้องในบ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ค่อนข้างแคบ และแสงน้อยมาก ผมอยากเก็บภาพของทั้งห้อง และภาพนั้นจะต้องแสดงรายละเอียดได้ใกล้เคียง หรือเหมือนกับที่ตาคนเห็น นั่นคือ เรากำลังจะจำลองให้คนดู รู้สึกเสมือนว่าเขากำลังยืนอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ แปลว่าเราไม่ได้ต้องการเพียงภาพพาโนรามาที่เป็นแบบ ๓๖๐ x ๑๘๐ องศา แต่จะต้องเป็นภาพแบบรายละเอียดสูง หรือ High Dynamic Range (HDR) ดังนั้น สิ่งที่ผมต้องทำคือ การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับงาน กับโจทย์ กรือความต้องการ และจะต้องทดลอง เพื่อหาเทคนิคในการถ่ายภาพที่เหมาะสม กับข้อจำกัดต่างๆ ที่กล่าวมานี้ ผมเลือกใช้กล้อง CANON 5D กับเลนส์ CANON ๑๕ มิลลิเมตร Fisheye เนื่องจากผมต้องการเลนส์มุมกว้าง และให้ภาพคุณภาพที่ดี ผมเลือกใช้กล้อง CANON 5D เนื่องจากเป็นกล้อง Fullframe ที่ราคาถูกที่สุด ณ ขณะนั้น แต่จะว่าไปเฉพาะบอดี้ไม่รวมเลนส์ ก็ประมาณเกือบหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท แต่ก็คุ้มครับ เพื่อให้ได้ภาพคุณภาพสูง และเมื่อนำกล้องนี้ มาประกอบกับเลนส์คุณภาพดี และได้ระยะที่ ๑๕ มิลลิเมตรจริงๆ ของเลนส์ ซึ่งมีคามากสำหรับงานถ่ายภาพพาโนรามาครับ

หลังจากการศึกษา ผมตัดสินใจเลือกขาและหัวพาโนรามาของ Manfrotto (303-SPH) ที่สามารถถ่ายภาพแบบหลายแถวได้ ซึ่งสมัยนั้นจะต้องสั่งของจากต่างประเทศ ซึ่งก็ต้องรอประมาณ ๓ อาทิตย์ ถึงจะได้หัวพาโนรามามาใช้งาน หลังจากที่ได้อุปกรณ์ครบแล้ว งานต่อมาผมเข้าไปที่บ้านหม่อมฯ อาทิตย์ละหนึ่งวัน เพื่อฝึกซ้อม และทดลองเทคนิคต่างๆ ในการถ่ายภาพ ซึ่งมีทั้งแบบถ่ายภาพแถวเดียว และถ่ายหลายแถวแบบสลับฟันปลา เพื่อมาลองต่อดูว่า เทคนิคใดจะให้ผลที่ดีที่สุด ช่วงนี้เอง ผมได้เติมเทคนิคการถ่ายภาพแบบรายละเอียดสูง ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เข้าไปร่วมกับการถ่ายภาพพาโนรามา เพื่อให้ได้ภาพที่แสดงรายละเอียดได้มากกว่าปกติ เหมาะกับสภาพแสงที่มีความแตกต่างระหว่างส่วนที่มืด และส่วนที่สว่างค่อนข้างกว้าง เป็นผลให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดเหมือนกับที่ตาคนเห็น เรียกว่าทะลุขีดจำกัดของอุปกรณ์ ที่สามารถบันทึกรายละเอียดในสภาพแสงที่จำกัดไปได้ และให้ได้งานที่ออกมาดังที่ตั้งใจ ให้เป็นการสร้างภาพเสมือนจริง จริงๆ

Library

ผมใช้เวลาทดลองซ้ำไปซ้ำมาเกือบหนึ่งเดือน โดยเข้าไปอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง ทดลองถ่ายทั้งในที่แคบ ที่กว้าง แล้วนำกลับมาทดลองต่อภาพในคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็มีอีกหลายเทคนิค จนกระทั่งผมคิดว่าผมได้เทคนิคสุดท้ายที่จะนำมาใช้ ซึ่งอาจจะไม่ได้หมายความว่า ใช้เพียงเทคนิคเดียวในการถ่ายภาพของทั้งบ้าน ผมใช้เวลาไม่เกินสองอาทิตย์ ในการถ่ายภาพพาโนรามาของทั้งบ้าน และยังคงทำซ้ำอีกหลายรอบ เมื่อมีเวลา ในวันที่มีแสงแตกต่างกัน รวมเป็นไฟล์ดิจิทัลมากกว่า ๕๐๐ กิกะไบต์ ใช้เวลาในการทำงานในคอมพิวเตอร์เป็นเดือน แต่การศึกษาและทดลองทำจริงนี่เอง ทำให้ได้รับความรู้มากมาย

ทั้งความรู้ที่นำไปสู่คำตอบว่าใช่ หรือนำไปสู่คำตอบว่าไม่ใช่ ซึ่งความรู้ต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเติมเข้ามาในตัวผมให้ก้าวจากศูนย์ เป็นหนึ่ง ที่เหลือถัดไปในชีวิต แค่เพิ่มหนึ่งให้มากขึ้น ผสมผสานเทคนิคอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น นั่นไม่ใช่เรื่องยากเกินเอื้อม เพราะชีวิตได้เคยผ่านช่วงที่ไม่รู้ที่สุด มาสู่ช่วงที่มีความรู้ไปแล้ว และสามารถใช้กระบวนการเรียนรู้นี้ซ้ำไปซ้ำมาได้มากเท่าที่ต้องการ และเมื่อนับมาจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาเกือบสี่ปีแล้ว ผมได้ต่อยอดความรู้ให้กลายเป็นความเชี่ยวชาญ และแบ่งปันให้กับผู้อื่น ทั้งการอบรมระยะสั้น และการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย ซึ่งผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความรู้ต่างๆ ที่ได้ถ่ายทอดไป จะทำให้เกิดความอยาก บนฐานความรู้ที่พอเพียง สำหรับการทำงานด้านการอนุรักษ์ศิลปะ และวัฒนธรรมของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมของไทย ที่มีความยิ่งใหญ่ ประณีต และงดงามไม่แพ้ชาติใดในโลกครับ

 

Tags: , , ,